สิงหาคม 2564 : สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กประเทศไทย เครือข่ายความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดเสวนาออนไลน์หัวข้อ “บทบาทภาคเอกชนไทยในการส่งเสริมการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืน” ผนึกพลัง 6 ธุรกิจอาหารชั้นนำของไทยขับเคลื่อนระบบอาหาร (Food systems) ชูอิ่มถ้วนหน้า อิ่มดีมีสุข อิ่มรักษ์โลก อิ่มทั่วถึง และอิ่มทุกเมื่อ พลิกโฉมประเทศไทย เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามแนวปฏิบัติของสหประชาชาติ เตรียมพร้อมนำเสนอในเวทีโลก UN Food System Summits กันยายนนี้
นายนพปฎล เดชอุดม เลขาธิการสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย เครือข่ายความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในฐานะเครือข่ายท้องถิ่นของ UN Global Compact เปิดเผยว่า สหประชาชาติเล็งเห็นว่า ระบบอาหารจะเป็นกลไกลสำคัญที่จะเร่งเครื่องไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงได้เปิดระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อหารือแนวทางแก้ไขและยกระดับการพัฒนาระบบอาหารผ่านเวที UN Food Systems Summit 2021 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนกันยายนนี้ เพื่อเรียกร้องให้ประเทศผู้นำและรัฐมนตรีเกษตรและอาหารจากทั่วโลก เร่งหารือ และจัดทำนโยบาย แผนงานการปฏิรูประบบอาหารและการเกษตรอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยให้ความสำคัญต่อการผลิตอาหารที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น สร้างความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ภายในปี ค.ศ. 2030 โดยประเทศไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารรายสำคัญของโลก จะมีบทบาทอย่างยิ่งที่จะช่วยยกระดับความยั่งยืนของระบบอาหาร (Food Systems) ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายระดับโลก
ทั้งนี้ บทบาทภาคเอกชนไทยในการส่งเสริมการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืน ภายใต้ 5 Action Tracks หรือ 5 อิ่ม เพื่อพัฒนา ระบบอาหารไปสู่ความยั่งยืน ทั้งต่อสุขภาพ สังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจของโลก ได้แก่
อิ่มถ้วนหน้า การเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างถ้วนหน้า โดยบริษัท ไทยยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน) มุ่งเน้นการส่งเสริมให้ผู้คนเข้าถึงอาหารทะเล ซึ่งเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ควบคู่ไปกับการดูแลความยั่งยืนของท้องทะเล การจ้างแรงงานในห่วงโซ่อุปทานอย่างถูกกฎหมาย ตามหลักสิทธิมนุษยชนด้านแรงงาน และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนคำนึงถึงการจัดการขยะพลาสติกจากบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้นำความรู้เชิงวิชาการ สร้างนวัตกรรมการผลิตอาหารที่หลากหลาย และให้ความรู้แก่ผู้บริโภค เช่น การแสดงสัญลักษณ์บนอาหารสุขภาพ และเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ผักผลไม้ให้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งเพิ่มความหลากหลาย ของราคาและประเภทอาหารพร้อมรับประทานที่เน้นคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารที่ดีและปลอดภัย ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยมีนักวิชาการตรวจสอบตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การสรรหาวัตถุดิบ การผลิต การเก็บในคลังสินค้าและ ขนส่งไปยังจุดจำหน่าย
อิ่มดีมีสุข การขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนวิถีการบริโภคเพื่อสุขภาพ โดยบริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) ส่งเสริมการผลิตและการบริโภคอาหาร plant-based ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก น้อยกว่าการผลิตอาหารจาก เนื้อสัตว์ ภายใต้แคมเปญ One meal a week รณรงค์ให้ผู้บริโภคทดลอง รับประทานอาหาร plant-based หนึ่งมื้อ หรือ หนึ่งวันต่ออาทิตย์ เพื่อเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ร่างกายได้รับอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น และมีส่วนช่วยลดโลกร้อนได้มากขึ้นถึง 40% โดยระบุว่าโอกาสทางธุรกิจของประเทศไทยในเรื่องนี้ยังมีอีกมาก ทั้งตลาดในประเทศ และการส่งออกไปยังต่างประเทศ
อิ่มรักษ์โลก การส่งเสริมระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ดำเนินการภายใต้แนวคิด From Waste to Value นำของเหลือใช้ในกระบวนการผลิตอ้อย ไปสร้างคุณค่าเพิ่ม พัฒนาต่อยอดให้กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับธุรกิจอื่นๆต่อไป เช่น นำไปผลิตไฟฟ้าชีวมวล เอทานอล และปุ๋ย รวมทั้งยังเกิดเป็นคาร์บอนเครดิตที่สามารถ นำมาชดเชยกับ carbon emission ได้อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การผลิตภาคเกษตรอย่างยั่งยืน ที่ช่วยลดการเกิดภาวะโลกรวน (Climate Change) พร้อมทั้งสร้างความสมดุลของระบบนิเวศ สร้างความสุขให้กับชุมชน ชาวไร่ ในการดำเนินชีวิต และสร้างการเจริญเติบโตของธุรกิจไปพร้อมกัน
อิ่มทั่วถึง การส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยบริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) ที่มีนโยบาย การจัดหาวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน เริ่มตั้งแต่การให้ความรู้ Smart Farming กับเกษตรกร ผ่านโครงการ “Thai Wah Farmer Network” สนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้กลับไปพัฒนาบ้านเกิด รวมถึงการพัฒนาเครื่องมือช่วยให้เกษตรกรได้เข้าถึงความรู้และเทคโนโลยีการเกษตรอย่างถูกต้อง ช่วยให้มีผลผลิตที่สูงขึ้น ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยตลอดกระบวนการ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่อร่อยและดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค และการพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพจากแป้งมันสำปะหลัง เพื่อบรรเทาปัญหาขยะพลาสติก
อิ่มทุกเมื่อ การสร้างความเข้มแข็งมั่นคงให้ระบบอาหาร โดยบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) ซึ่งมี มีการดำเนินงานใน 3 ด้าน คือ การสร้างความมั่นคงทางอาหาร การสร้างแหล่งอาหารและองค์ความรู้เพื่อให้ชุมชนสามารถผลิตอาหารได้เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะวิกฤติ การส่งเสริมสังคมพึ่งตน เพื่อรักษาเสถียรภาพความมั่นคงในห่วง
โซ่อุปทาน การดูแลรักษาภาวะความเสี่ยงของคู่ค้า รวมถึงเกษตรกรรายย่อย ที่มีความจำเป็นต้องได้รับความรู้ด้านเทคโนโลยีที่ดีเพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ดินน้ำป่าคงอยู่ ที่ได้ร่วมรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ อันเป็นต้นทางของแหล่งอาหาร ทั้งที่เป็นระบบนิเวศบนบก และระบบนิเวศทางทะเล
………………………………………………………………………………………………..
เกี่ยวกับ Global Compact Network Thailand (GCNT)
สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (Global Compact Network Thailand: GCNT) ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2561 โดยสมาชิกผู้ก่อตั้งในไทย 15 บริษัท ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 70 บริษัท โดย GCNT ถือเป็นหนึ่งในเครือข่ายท้องถิ่น (Local Network) ของโครงการสำคัญในระดับโลกขององค์การสหประชาชาติ UN Global Compact เครือข่ายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งรณรงค์ให้บริษัททั่วโลกวางกลยุทธ์และยึดหลักการทำงานที่สร้างเศรษฐกิจยั่งยืนครอบคลุมการดำเนินงานใน 4 ด้าน ได้แก่ สิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน สิ่งแวดล้อม การต่อต้านทุจริต ตลอดจนดำเนินกิจกรรมที่ช่วยผลักดันเป้าหมายของสังคมในวงกว้าง ภายใต้หลักสากล 10 ประการของ UN Global Compact เพื่อบรรลุเป้าหมายของสหประชาชาติ